เรื่องเล่า ประสบการณ์สยอง ขนหัวลุก ตำนาน เรื่องผี



องค์กรลับ "อิลลูมินาติ" ILLUMINATI

ILLUMINATI

Illuminati แปลตรงตัวตามดิกชันนารี่ หมายถึง ผู้ที่มีสติปัญญาอันล้ำเลิศ องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2319 ในเมืองอินกอลสตาดท์ (บาวาเรียตอนบน) โดย The Noah ศิษย์คณะเยสุอิต และเป็นศาสตราจารย์ทางกฎหมายศาสนจักรที่เป็นฆราวาสคนแรกที่มหาวิทยาลัยอินกอลสตาดท์

ตำนานเรือปีศาจ Flying Dutchman

ตำนานเรือปีศาจ Flying Dutchman
Flying Dutchman

เรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมน (Flying Dutchman) หรือในภาษาดัทช์เรียกว่า “De Vliegende Hollander” เชื่อกันว่าเป็นเรือปีศาจที่จะร่อนเร่ไปตามน่านน้ำจนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก มักจะมาปรากฏตัวให้ผู้คนได้เห็นบ่อยในบริเวณแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ว่ากันว่าจะมีแสงเรืองที่น่ากลัวออกมาจากเรือและมีกัปตันเรือผู้ซึ่งแต่งกายแบบยุคสมัยเก่ายืนคุมเรืออยู่ พร้อมกับส่งเสียงอันโหยหวนน่าขนหัวลุกออกมา

มีเรื่องเล่าอยู่สองเรื่องที่เกี่ยวกับตำนานของเรือลำนี้ เรื่องแรกเป็นเรื่องของกัปตันเรือ ที่ไม่นับถือศาสนา และไม่เชื่อในพระเจ้า จึงถูกพระองค์พิพากษาลงโทษ อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับนักเดินเรือที่ชื่อ เบอร์นาร์ด โฟคค์ ซึ่งให้สัญญากับปีศาจว่า ถ้าช่วยให้เขาเดินทางไปถึง อีสต์อินเดีย ภายในเวลา 90 วัน เขาจะยอมตกอยู่ในอาณัติของมัน ทั้งสองเรื่องนี้ว่ากันว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เรือ Flying Dutchman ต้องระหกระเหินอยู่ในทะเลชั่วกัลปาวสาน จากที่เคยชมกันในภาพยนตร์ กัปตันเรือของ ฟลายอิ้ง ดัทช์แมนที่จริงแล้วไม่ใช่ เดวี่ โจนส์ จริงๆ แล้ว Davy Jones จะไม่ได้เป็นชื่อที่เฉพาะเจาะจงลงไปว่าเป็นใครหรืออะไร เพียงแต่หมายถึงปิศาจแห่งทะเลเสียมากกว่า เพราะหลายต่อหลายครั้ง คำว่า Davy Jones ก็ถูกนำมาใช้เรียกวิญญาณของชาวเรือทั่วไปที่ตายในทะเลด้วยแต่ในอีกความหมายหนึ่ง Davy Jones คือ ผู้เป็นเจ้าแห่งภูตผีปิศาจ และเหล่าวิญญาณแห่งท้องทะเลทั้งมวล เขาเป็นผู้นำของเหล่าคนตายในท้องทะเลทั้งหลาย และมีอำนาจควบคุมเหตุการณ์ในท้องทะเล จะบอกว่าเขาเป็นเจ้าสมุทรในมุมมองของปิศาจร้าย แทนที่จะมีภาพพจน์ของเทพเหมือนอย่างตำนานทั่วไปก็พอจะได้

Flying Dutchman
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรือ Flying Dutchman เป็นของ Dutch East India Company เป็นเรือบรรทุกสินค้า และมีกัปตันชาวดัทช์ที่ชื่อ Van Der Decken ว่ากันว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจโหด และเป็นคนไม่มีศาสนา ไม่นับถือพระเจ้า
ในปี ค.ศ. 1680 กัปตัน Van Der Decken ได้พาเรือ Flying Dutchman ของเขา พร้อมลูกเรือไปยังดินแดนทางฝั่งตะวันออกและในขณะที่เขากำลังพาเรือกลับไปยังประเทศฮอลแลนด์นั้น ได้เกิดพายุพัดกระหน่ำรุนแรง กัปตันได้พยายามต่อสู้กับพายุที่บ้าคลั่งอยู่นานเป็นชั่วโมง จนพายุได้พัดเรือของเขาออกนอกเส้นทางไป และได้ไปชนกับหินโสโครก จึงทำให้ตัวกัปตันและลูกเรือของเขาจมสู่ก้นมหาสมุทรและเสียชีวิตทั้งหมด ทุกคนเชื่อว่าพายุลูกนั้นเกิดจากการที่พระเจ้าได้ลงโทษกัปตันและเรือลำนั้น เล่ากันว่าระหว่างที่กัปตันกำลังพยายามต่อสู้กับพายุอยู่นั้น เขาได้ตะโกนออกมาว่า “I will round this Cape even if I have to keep sailing until doomsday!” แปลว่า “ข้าจะวนเวียนอยู่บริเวณแหลมนี้ ถึงแม้ว่าข้าจะต้องล่องเรือจนถึงวันสิ้นสุดของโลกก็ตาม”แต่ตำนานยังไม่จบสิ้นแค่นี้ เมื่อเรือ Flying Dutchman ได้ปรากฏให้ผู้คนได้พบเห็นหลายครั้ง

- ในปี ค.ศ. 1881 คนประจำเรือของพระเจ้าจอร์จที่ 5 ได้เห็นเรือ Flying Dutchman ปรากฏขึ้นทางด้านหัวเรือ และหลังจากนั้นไม่กี่วัน คนประจำเรือคนนั้นก็เสียชีวิตจากการพลัดตกเสากระโดงเรือ
- ในปีเดียวกันนั้น เรือสินค้าสัญชาติสวีเดนได้แล่นผ่านบริเวณที่เรือ Flying Dutchman จม คนประจำเรือบนเสากระโดงได้มองเห็นเรือ Flying Dutchman และในตอนนั้นเขาก็พลัดตกลงมาจากเสากระโดงทันที ก่อนที่จะเสียชีวิตเขาได้บอกว่าได้เห็นเรือ Flying Dutchman กัปตันจึงได้ส่งคนขึ้นไปดูอีกที แต่ผ่านมาอีกสองวันเขาก็ได้เสียชีวิตลงอีกคน

- ในปี ค.ศ. 1959 กัปตันเรือ Staat Magelhaen พบว่าเรือกำลังมุ่งหน้าพุ่งเข้าชนกับเรืออีกลำหนึ่ง เรือลำนั้นก็คือเรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมน แต่พอเรือเข้าใกล้จะชนปรากฏว่าเรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมนได้หายตัวไป และยังมีอีกหลายครั้งที่เกิดพายุใหญ่บริเวณประภาคาร Cape light house มีบันทึกรายงานว่าได้พบเจอเรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมนมาปรากฎให้เห็น หลายปีต่อมา เรือ Relentless สัญชาติอเมริกาได้แล่นผ่านบริเวณแหลมกู๊ดโฮป กัปตันได้เห็นเรือ Flying Dutchman จึงสั่งให้นายท้ายเรือหันหัวเรือไปทางนั้น เพื่อที่จะเข้าไปดูอย่างใกล้ชิด แต่ทว่านายท้ายเรือก็ไม่ได้ทำตามคำสั่ง กัปตันจึงไปตรวจดูและพบว่านายท้ายเรือได้เสียชีวิตแล้ว และในคืนนั้นคนประจำเรือก็ได้หายตัวไปจากเรือถึงสามคน

- ในปี ค.ศ. 1911เรือ Orkney Belle กำลังเดินทางผ่านบริเวณแหลมกู้๊ดโฮป และก็ได้มีรายงานว่าพบเห็นเรือ Flying Dutchman

- ในปี ค.ศ. 1942 ผู้บังคับการเรือดำน้ำ U boats พลเรือตรี Karl Doenitz แห่งราชนาวีเยอรมัน ได้บันทึกในปูมเรือว่าพบเรือ Flying Dutchman แล่นผ่านเรือของเขาไป

- ในปี ค.ศ. 1942 ผู้บังคับการเรือ Nicholas Monsarrat แห่งเรือรบหลวง H.M.S. Jubilee ได้พบเรือ Flying Dutchman และได้พยายามส่งสัญญาณไปยังเรือนั้น แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบกลับมา เขาได้บันทึกไว้ในปูมเรือว่าพบเรือใบไม่ทราบประเภทชั้นเรือแล่นผ่านไปทั้งๆ ที่ไม่มีกระแสลมพัดอยู่เลย

- ในปี ค.ศ. 1943 ชาวบ้าน 4 คนในเมือง Cape Town ได้เห็นเรือ Flying Dutchman แล่นหายไปทางด้านหลังของเกาะ

- ในปี ค.ศ. 1959 กัปตันเรือ Staat Magelhaen พบว่าเรือกำลังจะพุ่งชนเรือ Flying Dutchman แต่พอเรือเข้าใกล้กำลังจะชนปรากฏว่าเรือ Flying Dutchman ก็ได้หายไปในทันทีเพราะคำสาบานที่พันธนาการเรือไว้ชั่วนิรันดร์กาล จากครั้งล่าสุดที่มีคนพบเห็น ผ่านมากว่า 50 ปีแล้ว ในวันที่หมอกลงจัดและไร้คลื่นลม ไร้ซึ่งสรรพเสียงของนกนางนวล ลองเงี่ยหูฟังดีๆ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้ยินเสียงโหยหวนของกัปตันเรือลอยตามลมมาก็ได้...

เรื่องเล่าเขย่าขวัญจาก สหรัฐอเมริกา


แม้ว่าประเทศนี้จะมีประวัติศาสตร์มาเพียงสองร้อยกว่าปี แต่การสร้างประเทศจากแผ่นดินที่เรียกว่า ดิบๆ ผู้คนของเขาก็ต้องเสียสละเลือดเนื้อกันมานับจำนวนไม่ถ้วนเช่นกัน หลายๆแห่งในสหรัฐฯจึงขึ้นชื่อเรื่อง ผีดุ ไม่น้อยหน้าประเทศอื่นๆ ที่จะยกตัวอย่างความสยองขึ้นชื่อก็คือที่อิลลินอยส์

ศพสยอง


ตุ่นเป็นสาวร้อยเอ็ดวัยเบญจเพส มาเป็นผู้ช่วยแม่บ้านที่ดอนเมือง สาวตุ่นชอบนุ่งยีนส์ฟิตเปรี๊ยะ สวมเสื้อสายเดี่ยว รวบผมหางม้าทันสมัย แต่งหน้าสวยงามตั้งแต่ตีห้าตอนตื่นมาทำงาน…ถ้ามีใครมากดออดหน้าบ้าน เขาจะคิดว่าดิฉันเป็นคนใช้ ส่วนน้องตุ่นเป็นคุณหนูทุกทีไป

วิญญาณจากฝรั่งเศษ


เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นประสบการณ์โดยตรงเอง ซึ่งตัวดิฉันได้มีความเคารพ เชื่อมัน ศรัทธา ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เคารพในพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ โดยเชื่อมั่นในกฏแห่งกรรม นั้นว่าภพภูมิ วิญญาณ หรือผีมีจริง

หอคอยบาเบล (อังกฤษ: Tower of Babel) 

หอคอยบาเบล (อังกฤษ: Tower of Babel) 
เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีจุดมุ่งหมายให้สูงไปถึงสวรรค์โดยเกิดจากความสามัคคีของมนุษย์ ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก